ตรรกะใช้ไม่ได้ในชีวิต
ถ้าคุณเอา 1 + 1 ก็จะได้เท่ากับ 2
แต่ทำไมเราเอา น้ำสองแก้วหรือทรายสองกอง รวมกันเป็น 1
เพราะมันละเอียดเกินกว่าจะใช้ความเป็นตรรกะในชีวิตมาตัดสินได้
(หากใช้ตรรกะในวิทยาศาสตร์ คงต้องมานั่งนับโมเลกุลของน้ำและทราย)
จากอาชีพผมที่เป็นโปรแกรมเมอร์ ผมต้องวุ่นวายกับ ตรรกะ เสมอๆ เพราะวัตถุและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิก ต้องใช้ความเป็นตรรกะควบคุมการทำงาน เช่น กดปุ่มเปิด จึงทำงาน กดปุ่มผิด จึงหยุด
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงและการใช้ชีวิต คนเราไม่สามารถนำตรรกะมาร่วมใช้ได้เสมอไป ถึงแม้จะมีกฏหมายมากำหนดความถูกผิดอยู่หลายมาตรา เช่น มีคนเห็นว่า ใครสักคนฆ่าคนตาย แต่ศาลยังไม่สั่งว่าผิด ก็แปลว่าคนนั้นไม่ผิด??
ในปัจจุบัน เรามักจะเจอ คนดังๆ ในบ้านเมืองเราหลายคน รอดดคี ทั้งๆที่หลายคนรู้ว่ามันมีเงื่อนงำและเปอร์เซ็นการทำผิดมีมากกว่า 50% แต่เพราะศาลยังไม่ตัดสินว่าผิด จึงไม่ได้กลายเป็นคนผิด
หรือแม้แต่ ผิดจริง แต่รอศาลตัดสิน ก็ยังเชิดหน้าชูตาว่าตัวเองยังบริสุทธิ์
ผมก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า คนเหล่านั้น คิดอะไรอยู่ และสังคมคิดอะไรกับเขาอยู่
เข้ามาใกล้ตัวนิดหนึ่ง เช่น เรื่องของความรู้สึก หรือ ลักษณะท่าทางการกระทำของคนๆ หนึ่ง ก็ไ่ม่สามารถบ่งบอกว่าเขาจะเป็นคนเช่นนั้นเสมอไป
เช่น ชอบมีคนมาบอกผมว่า “ผู้หญิงชอบผู้ชายขี้ตื๊อ”, “ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก”, “ผู้หญฺงชอบผู้ชายตลก” แต่เอ๊ะ บางครั้งผมก็ฟังจากปากผู้หญิง ว่าไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ บางคนรำคาญเสียด้วยซ้ำที่มายุ่งในชีวิตเขา [...]
