หยุดสร้างวัฒนธรรม ‘โมโหแล้วทำลาย’ ให้เด็กเห็นสักที
จากเหตุการณ์เผากรุงฯ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาทมิฬที่ผ่านมา ถือเป็นน้องๆ สงครามกลางเมืองที่เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นทะเลเพลิงในชั่วข้ามคืน ซึ่งเชื่อว่าทุกบ้านที่ติดตามข่าวสาร คงจะอดใจหายไปกับภาพผู้ก่อการร้ายที่ทั้งทุบ เผา และปล้น จนกรุงเทพต้องวอดวาย และย่อยยับ พฤติกรรมเช่นนี้ ส่อให้เห็นถึงการโมโหแล้วทำลาย วัฒนธรรมที่แก้ไม่หาย จนน่าเป็นห่วงว่า เด็กไทยรุ่นใหม่จะติดนิสัยเหล่านี้ไปด้วยถ้าผู้ใหญ่ไม่หยุดสร้างวัฒนธรรม โมโหแล้วทำลายสักที เหตุการณ์เช่นนี้ ไม่เฉพาะแต่เพียงเผากรุงในครั้งนี้เท่านั้น แต่เคยมีตัวอย่างให้เห็นถึงความโกรธและทำลายตามสื่อต่างๆ เช่น โมโหคู่อริ ก็พากันชกต่อย ฟันแทงเพื่อชิงความเหนือกว่า หรือโมโหภรรยา/สามีเมื่อรู้ว่ามีกิ๊ก ก็คิดโกรธ จึงแก้แค้นด้วยวิธีเอาชนะ ทั้งสาดน้ำกรด หรืออะไรต่อมิอะไรที่เข้าข่ายโมโหแล้วทำลาย ประเด็นนี้ ส่งผลต่อเด็กไม่น้อย ฟังได้จาก “วันชัย บุญประชา” ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ที่บอกว่า จากสถานการณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา มีอยู่ 2 ประเด็นคือ โมโหแล้วเผา หรือมีการวางแผนกันไว้ก่อนแล้ว แต่สำหรับความโกรธเกรี้ยวเกิดขึ้นได้กับทุกคน เวลาผิดหวังรุนแรงย่อมทำลายได้ทุกอย่าง เพราะเมื่อถูกปลุกให้รู้สึกว่าเป็นผู้ชนะ แต่พอไม่ได้ตามที่ต้องการ ย่อมเหมือนกับคนที่อกหักอย่างรุนแรง ทำให้ช็อก ขาดสติ และโมโหจนทำลายล้างได้ ภาพที่เกิดขึ้น [...]