Monthly Archives: April 2008

อุปการะน้องนุช ผ่าน มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน

กลับบ้านมาวันสงกราน ก็พบจดหมายฉบับหนึ่งสีม่วงๆ มีหน้าเด็กสาวตัวน้อยๆ ตาเปร่งประกาย แต่เต็มไปด้วยความเศร้า หน้าซองเขียนไว้ว่า “ฉันไม่สามารถนำพ่อและแม่ของเธอกลับมาได้ แต่..” ผมพลิกดูด้วยความแปลกใจ ปรากฏว่า จดหมายฉบับนั้น ส่งถึงผม!!! ส่งมาจาก มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ ในประเทศไทย ภายในมีจดหมายจาก ดร.กรรณชฎา พิริยะรังสรรค์ (ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ) พร้อมกับข้อความที่กล่าวถึงชีวิตของน้องนุช (น้องที่อยู่หน้าซอง) “น้องนุชอยู่กับยายของเธอ เป็นเด็กที่ไร้ชีวิตชีวา ในแววตาที่ควรจะสดใสในวัยเด็กได้ขาดหายไป แม่ของน้องนุชเสียชีวิตหลังจากคลอดเธอไม่นาน พ่อของเธอไปหางานทำที่ภูเก็ต แต่ช่วงเหตุการณ์คลื่นสึนามิ ได้หายสาบสูญไป น้องนุชได้แต่นั่งดูรูปพ่อและแม่ของเธอ เธอบอกว่า เธอคิดถึงพวกเขามากและเสียใจที่พวกเขาไม่กลับมาอีกแล้ว ที่โรงเรียน คุณครูเล่าให้ฟังว่า น้องนุชชอบอยู่คนเดียว ไม่สุงสิงกับใคร เป็นเด็กเงียบๆ นานๆ ครั้งจะเห็นเธอร่าเริงสดใส บ้านหลังเก่าๆที่ชำรุดทรุดโทรม มีเพียงย้ายน้องนุช และลุกพี่ลูกน้องอีกสี่คน ยายเล่าให้ฟังว่า ยามหน้าฝน ลมกรรโ๙กแรง ฝาสังกะสีถูกลมพัดเสียงดังจนปลิวหายไป 2-3 แผ่น ทั้งยายทั้งหลานต้องยึดแผ่นที่เหลือไม่ให้ปลิว แต่ทั้งลมทั้งฝน ทำให้ยายกับหลานต้องยอมแพ้สิ่งหลบฝนกันจ้าละหวั่น เด็กๆได้แต่กอดคอร้องไห้ ส่วนยายได้แต่สะอื้นอยู่ในอกไม่ร้องไห้ออกมาให้หลานเห็น เพราะเกรงว่าหลานจะตกใจมากขึ้น ยายน้องนุช […]

Share

กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย…น้ำเต้าน้อยจะถอยจม

ไม่ว่าจะประมาทในการคิด หรือประมาทในการพูด หรือประมาทในการฟัง มีโทษอย่างยิ่งทั้งนั้น ความประมาทในทั้งสามประการเป็นสิ่งเกี่ยวเนื่องถึงกัน ประมาทอย่างหนึ่งอย่างใดก็เป็นเหตุให้ประมาทพร้อม เกิดโทษพร้อมได้จริง ดังเช่นแม้มีความคิดเชื่อถือในเรื่องหนึ่งเรื่องใด ความคิดเชื่อนั้นก็ย่อมไม่หยุดอยู่เพียงที่ความคิดเท่านั้น ย่อมจะสืบต่อไปเป็นคำพูดด้วยเป็นธรรมดา ถ้าประมาททำให้เกิดความเชื่อที่ไม่ถูกไม่จริง แต่เป็นความเชื่อที่ผิดที่ไม่จริง เมื่อสืบต่อเป็นคำพูด ก็ต้องเป็นคำพูดที่ผิดจากความจริงด้วย ผู้พูดจะมีเจตนาร้ายหรือไม่มีเจตนาร้าย ผลร้ายก็ย่อมเกิดแน่นอนเป็นธรรมดา อย่าลืม คำพูดของคนนั้นมีอิทธิพลแรง มีอิทธิพลสูง ทั้งในทางทำลาย และทั้งในทางสร้างสรรค์ นั้นก็เพราะเกิดจากการฟังเป็นสำคัญ เสียงพูดที่ไม่มีการได้ยินได้ฟัง เสียงก็ไม่มีความหมาย แต่แน่นอน เสียงพูดต้องมีผู้ได้ยินได้ฟังเป็นธรรมดา จึงต้องมีความหมายเสียงนี้แหละ ที่ทำให้เกิดความเชื่อนี่แหละ ที่ทำได้ ให้คนดีถูกกดให้ต่ำต้อย คนชั่วเลิศลอยด้วยถูกยก อะไรที่เกิดตามมาจะเป็นผลดีได้หรือ ถึงยุคเช่นนี้เมื่อไร เมื่อนั้นก็ใช่ยุคมืด “กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม ผู้ดีจะเดินตรอก ขี้ครอกจะเดินถนน” คำพยากรณ์แต่โบราณนานมานี้ น่าจะบอกว่ายุคมืดจะมาถึง คือยุคที่คนดีจะถูกเหยียบย่ำ คนชั่วจะได้รับยกย่อง ซึ่งต้องเป็นผลของกรรม ที่ได้ทำกันมา ทั้งกรรมชั่ว และทั้งกรรมดี กรรมที่เอื้อมมือมาถึงแล้ว อย่างไรก็ตาม เราทุกคนพึงหลีกให้พ้นการเป็นมือแห่งกรรมชั่ว ที่จะเหยียบย่ำคนดี และหลีกให้พ้นจากการเป็นมือแห่งกรรมดี ที่จะยกย่องคนชั่ว เพราะจะเป็นการร่วมสร้างบ้านเมืองของตนให้สิ้นความงดงาม ที่จะเกิดจากกำลังใจของคนดี ที่จะเกิดจากกำลังความสามารถของคนดี […]

Share