Monthly Archives: January 2008

ปริญญาสองใบ

ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมากคือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก
เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร มาเรียนที่อเมริกา
เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิสทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน
ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดูว่าสะอาดจริงมั้ย
กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย
ต้องให้ดีที่สุดเวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน
แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สอง
แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สามใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย
แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจมีชื่อเสียงทุกอย่าง แกมีทุกอย่าง
วันหนึ่งแกพักผ่อนหลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย
ลูกเมียไปขอพบ บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิตวันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง
ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุบลงไป
ภรรยาพาเข้าโรงบาล ตรวจพบมะเร็งพอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย
จริงๆ เค้าก็เตือนตลอดแต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้
แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน
บันทึกชีวิตแก ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว
แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่
กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก
ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า
พ่อผมเคยบอกว่าเกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ
ปริญญาใบที่หนึ่ง ‘ปริญญาวิชาชีพ‘ เราจะต้องทำมาหากินเป็น กินอิ่ม นอนอุ่น
พูดง่าย ๆล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้ อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง
แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ
แต่’ปริญญาวิชาชีวิต‘ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้
แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ
แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก เพราะอะไร? เพราะทำงานจนป่วยตาย
ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่างบ้าน รถ
มอบมันให้กับลูกและภรรยาแต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง
ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา
สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้
สิ่งที่ว่านี้คือผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย
เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย
นี่คือปริญญาวิชาชีวิตธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ
เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเองที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี
ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้วอย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวัน
แต่ละวันควรจะมี ให้ดูแลตัวเองดูจิต ดูใจตัวเอง ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์
มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่าแบกเรื่องโน้นเรื่องนี้ เกินไปหรือเปล่า
พยายามลดลงในแต่ละวันๆเพื่อที่ว่าอะไร
เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิตหนึ่งปริญญาวิชาชีพ
เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่งมีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่
แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สองคือวิชาธรรมะ
สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป
ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุข
อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว อยากพักให้ได้พัก อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ
ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง
อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุดและมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี เพราะอะไร
เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา
เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด บางคนก็ตอบเงิน
บางคนก็ตอบเพชร บางคนก็ตอบทอง บางคนก็ตอบอำนาจ บางคนก็ตอบราชบัลลังก์
พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต
สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วยคนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อยนะ
และก็ชีวิตของเรากว่าจะเกิดเป็นคนนี่มันยากเหลือแสน
พระพุทธเจ้าบอกว่า เรามีหินก้อนใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง
กว้างคูณยาวเอาง่าย ๆ เท่าสนามฟุตบอลขนาดนั้น
ร้อยปีมีเทวดาออกมาแล้วเอาผ้าขาวมาเช็ดหินก้อนนั้นหนึ่งครั้ง
เช็ดอยู่อย่างนี้ร้อยปีครั้ง ร้อยปีครั้งจนกระทั่ง หินก้อนนั้นละลายไปกินเวลานานมาก
กว่าจะเกิดเป็นคนนานยิ่งกว่านั้นนับร้อยเท่านับพันเท่า
เพราะฉะนั้นเราได้ชีวิตมาเป็นคน รักษาชีวิตนี้ให้ดี
ไม่ว่ามันจะทุกข์หนักหนาสาหัสอย่างไรก็ตาม แทบล้มประดาตาย
เจ้าหนี้ทวงยังไงก็ตาม อย่าเพิ่งทำร้ายตัวเอง ถือหลักไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย
ถ้าเค้าทวง อย่าไปฆ่าตัวเองนะ ก็ไม่มีทำยังไงนะ [...]

อานิสงส์ของการให้ทาน‏

นำมาจาก Foward Mail นะครับ ที่พูดถึง อานิสงส์ของการให้ทาน
ขอเสนอแนะนิดหนึ่งว่า ไม่อยากให้มองถึงกรณีทำเพื่อชาติหน้า ทำเพื่อแก้กรรม แต่อยากให้มองถึงผลที่เกิดกับตัวเรา ณ ปัจจุบัน ที่ได้ทำ เช่น ข้อ 1 พูดถึงการทำสมาธิ แน่นอนว่า ย่อมทำให้สติปัญญาเราดีขึ้แน่นอน เผื่อสติปัญญาดีขึ้น จิตใจเบิกบาน ย่อมส่งผลให้ร่างกายเราสดใส
อยากให้มองเป็นเหตุเป็นผล แล้วจะเห็นอานิสงฆ์ ที่แท้จริง มากกว่าการมองว่าทำแล้วได้บุญ ก็สักว่าทำไปเพื่อเอาบุญ อย่างนี้บุญที่ได้มันไม่เต็มที่ ไม่เกิดชาตินี้ ไม่เกิดเดี๋ยวนี้
1. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)
เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่าย จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจนผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวงจิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว
แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา , พระคาถาชินบัญชร ,พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
3. ถวายยารักษาโรคให้วัด , ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์
อานิสงส์ — ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลาสุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้าถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
4. ทำบุญตักบาตรทุกเช้า
ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหารตายไปไม่หิวโหย [...]

ขาเทียม ฟรี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สำนักงานคณบดี
คณะวิศวกรรมศาสตร์
126 ถนน ประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140
มือถือ : 08-1809-4631, 08- 3913-3504
KING MONGKUT’S UNIVERSITY OF TECHNOLOGY THONBURI
OFFICE OF THE DEAN, FACULTY OF ENGINEERING
126 Prachautit Rd. , Bangmod, Tungkru, Bangkok 10140 Thailand
Mobile: 08-1809-4631,08- 3913-3504
เรียน พี่ๆ น้องๆ และ เพื่อนที่เคารพ
 อย่าลบนะ ส่ง ต่อหน่อย , thank you ได้ ทราบจากคุณวุฒิวงศ์ผู้เป็นเจ้า!
ของ บริษัท วงศ์ธนา วุฒิ จำกัดว่าได้ [...]