ถ้าหากใครเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจมาเยอะแล้ว พวกนี้อาจจะเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีหรือว่าเห็นกันบ่อยๆกันเลยทีเดียว แต่วันนี้ผมนำมาสรุปย่อๆ เลยเท่าที่ผมคิดออกกันเลยทีเดียว ทุกอย่างคือการลงทุนครับ แต่คุณจะลงทุนด้วยอะไรเท่านั้นเอง…. เงินหรือความพยายามนั้นเอง
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ถ้าใครเคยอ่านหนังสือธุรกิ จคงจะพอรู้มาบางว่าอสังหาริมทรัพ์สามารถทำเป็นระบบสร้างเงินได้ โดยการให้คนเช่า คุณจะได้เงินเพิ่มโดยไม่ต้องเสียเวลามากนักหรือยิ่งทำระบบดีๆ ก็จะทำให้นอนนิ่งๆแล้วได้เงินกันเลยทีเดียว เช่น Apartment ที่เราจ้างคนมาคุม
ตลาดหลักทรัพย์หรือหุ้นนั้นเอง ผมละคนหนึ่งที่คิดว่าห ุ้นนี้และเป็นการนั่งกินนอนกินที่ดีที่สุดถ้าเราเล่นหุ้นเป็น , รอบคอบ แล้วเก่งแน่นอนผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้มค่าเลยทีเดียว โดยถ้าเอาตามหลักนั่งกินนอนกินเราต้องเลือกหุ้นที่จ่ายปั่นผลดีๆและบ่อยๆนั้ นเอง แล้วต้องเป็นหุ้นที่เจริญเติบโตเรื่อยๆ เช่น หุ้นพลังงาน
บริการ + การบริหาร ผมตีความให้ง่ายอย่างคุณมีร้านก๋ว ยเตี้ยว มีบริการคือให้ก๋วยเตี้ยวแกลูกค้ากิน มันจะไม่สามารถสร้างเงินต่อเนื่องได้โดยนอนนิ่งๆได้ แต่ถ้าประกอบด้วยการบริหาร เช่น จ้างลูกน้องมาทำ , สร้างระบบควบคุม (การติดตั้งกล้องกันการโกงของลูกน้อง) แบบนี้ถึงจะกลายเป็นระบบทำเงินอัตโนมัติ อะไรแบบนี้เป็นต้น
ตู้หยอดเหรียญ สิ่งนี้และที่ทำให้คนๆหนึ่งรวยโดยอยู่เฉยๆกันได้เลยทีเดียว ผมมีญาติอยู่คนหนึ่งเขาทำธุรกิจตู้หยอดเหรียญมีเงินเดือนละ 50,000 บาทได้โดยทีเขาไม่ต้องเสียเวลาอะไรมากนักเพียงแค่เดือนหนึ่งก็ไปตรวจสภาพสัก ครั้งเอง โดยส่วนใหญ่จะเป็นตู้น้ำหยอดเหรียญ !!
ปล่อยกู้ อันนี้ไม่แนะนำให้ทำครับความเสี่ยงสูงมาก แต่ถ้าเลือกคนปล่อยนี้อีกเรื่องครับ ปล่อยก็เนี้ยเป็นเสมือนการได้ดอกเบี้ยนั้นเองทำให้เรานั่งกินนอนกินได้เลย แต่อย่างว่าครับเสี่ยงโคตรๆ
ดอกเบี้ยเงินฝาก กลับมาสู่ Basic อันนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากยิ่งฝากเยอะยิ่งได้เงินเยอะ !! ความเสี่ยงน้อยถ้าฝากในธนาคารที่ได้มาตรฐานแล้วอยู่มานานแล้ว [...]
พอดีวันนี้ผมได้มีโอกาศเข้าไปอ่านเนื้อหาของ Zenhabits โดยผมดูที่ Top Post ของเขาเจอหัวข้อหนึ่งน่าสนใจสุดๆ Top 20 Motivation Hacks เลยแปลมาให้ฟังกัน
20 วิธีการจัดการแรงจูงใจ
ทำชาร์ตความก้าวหน้า เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเราประสบความสำเร็จไปถึงไหนแล้ว ถ้าหากมีุจุดที่ไม่ดีจงอย่าท้อแท้และสู้ต่อไปเพื่อสร้างจุดที่ดีต่อไป
สิ่งที่ตัวเองอยากทำ 100% ให้ทำเพียง 50%-75%
เข้าสังคมทั้งแบบ Offline หรือ Online เพื่อให้คุณมีแรงจูงใจและมีเป้าหมายที่มั่นคง
นำภาพความสำเร็จของคุณมาวางไว้ที่คุณเห็นบ่อยๆ แ้ล้วนึกถึงมันบ่อยๆ (ข้อนี้จริงอย่างแรง)
หาเพื่อนร่วมงานหรือคนที่อยากประสบความสำเร็จเหมือนกันในเป้าหมายที่ตั้งไว้เหมือนกับเรา
เริ่มทำมันซะ !!! (ผมกว่าจะฝ่าคำนี้ออกมาได้นานอยู่เหมือนกันนะ)
ทำให้มันสนุกสนาน ถ้าสิ่งที่คุณอยากจะทำเป็นเรื่องที่สนุกสนานการทำงานนั้นจะดีกว่าคุณทำเพื่อ จุดประสงค์อื่นถ้าคุณสนุกไปกับมันคุณจะทำได้ดี
ต้องใช้เวลาและอดทน (คนไฟแรงนี้เซร็งเลยเจอข้อนี้แต่มันคือเรื่องจริงครับ)
แตกย่อยเป้าหมายใหญ่ๆเป็นเป้าหมายย่อยๆ (เพื่อที่จะเห็นความก้าวหน้าเป็นขั้นๆ)
ให้รางวัลตัวเองบ่อยๆ (จะได้มีกำลังใจทำต่อไปเรื่อยๆไง)
ค้นหาแรงบันดาลใจ อย่างสม่ำเสมอ
หาผู้แนะนำหรือไปเรียนเพิ่ม (่หาสิ่งแปลกๆใหม่ก็เป็นการเรียนนะ)
มีเหตุผลอย่างเต็มที่และเขียนมันซะ เพราะการมีเหตุผลในสิ่งที่เราสนใจมันจะให้ความมีพลังมากกว่าเป็นสิ่งที่คุณสนใจเฉยๆ
กา่รตระหนักและกระตุ้นให้มันออกมาและเตรียมตัวสำหรับมัน สำหรับข้อนี้ผมมองว่าเขาหมายถึงให้นึกสิ่งที่เราอยากจะทำแล้วมันจะัเกิดเป็น Idea ให้เราเขียนและเตรียมตัวก่อนจะลงมือจริง
ทำให้เป็นกฎไม่ใช่ทำผลัดวันประกันพรุ่ง (ข้อนี้ก็จริงแท้ๆ)
มโนภาพถึงเป้าหมายให้ชัดเจนในแต่ละวันอย่างน้อยก่อนทำ 5-10 นาที
ทำบันทึกประจำวันเกี่ยวกับเป้าหมายของคุณ
สร้างเพื่อนใหม่ซึ่งเกลือหนุนและแข่งขันกัน (ผมโชคดีที่ได้ Zelandiax เป็นคนให้กำลังใจ (คน Comment ให้ผมคนแรกแล้วติด Link ให้ผม :))
สร้างความรับผิดชอบต่อสาธารณะชน รับผิดชอบแบบ [...]
มีตัวละครขนาดจิ๋วอยู่ 4 ตัว
วิ่งวนอยู่ในเขาวงกต ซึ่งสลับซับซ้อนแห่งหนึ่ง
เพื่อเสาะหาเนยแข็งอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต
ในนี้มีสองชีวิตเป็นหนู ตัวหนึ่งชื่อ “สนิฟฟ์” กับ”สเคอร์รี่”
ส่วนมนุษย์แคระอีกสองคนชื่อ “เฮ็ม”กับ “ฮอว์”
ทั้งสี่ชีวิตใช้เวลาในแต่ละวันในการวิ่งหาเนยแข็งในเขาวงกตนั้น
เจ้าหนู สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ ใช้วิธีลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ โดยใช้จมูกเป็นเครื่องนำทาง
พวกมันจะจำทางที่ไม่มีเนยแข็งไว้ แล้ววิ่งไปทางอื่นจนถูกทาง ส่วนคนแคระ
เฮ็ม กับ ฮอว์ ก็ใช้ความรู้และประสบการณ์ในอดีตเข้าช่วย
ในที่สุดทั้ง 4 ชีวิต ได้พบกับคลังเนยแข็งขนาดใหญ่
ที่ดูเหมือนมีเนยเพียงพอที่ให้กินไปได้ตลอดชีวิต
พวกเขาได้พบแหล่งอาหารอันวิเศษที่แสนสะดวกสบาย
และไม่ต้องวิ่งตระเวนหาอีกต่อไป
เวลาผ่านไปจนมาถึงเช้าวันหนึ่ง ทั้ง 4 ชีวิต
ได้พบว่าเนยแข็งกำลังจะหมดไป เจ้า สนิฟฟ์
เห็นเช่นนั้นก็ไม่เสียเวลาวิเคราะห์ มันออกวิ่งค้นหาเนยแข็งก้อนใหม่ทันที
ส่วนเจ้า สเคอร์รี่ เห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามโดยไม่รอช้า สนิฟฟ์ ไปถึงไหน
สเคอร์รี่ ก็ไปที่นั่น
คนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์
ไม่คาดมาก่อนว่าเนยแข็งจะหมดไป เฮ็ม
ถึงกับตีโพยตีพายกล่าวโทษเทวดาฟ้าดินว่า ไม่ยุติธรรมกับเขา
แล้ววิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ว่าเนยแข็งควรจะกลับมาหาเขาอีก
แต่ ฮอว์ ดูจะยอมรับความจริงได้มากกว่า
เขาเริ่มคิดว่า เขาควรทำการเปลี่ยนแปลง เขาจึงชวน เฮ็ม
ให้ออกไปหาเนยแข็งใหม่แบบที่หนูสองตัวกำลังทำอยู่ ปรากฏว่า เฮ็ม
ไม่ยอมรับฟัง ฮอว์ จึงไปสู่เขาวงกตตามลำพัง
และแล้วเจ้าหนูทั้งสองก็ได้พบคลังเนยแข็งแห่งใหม่ที่ดีและใหญ่กว่าเดิม
ฮอว์นั้นแม้จะออกมาช้ากว่าเจ้าหนูทั้งสอง
แต่ในที่สุดเขาก็ได้พบคลังเนยแข็งใหม่ เช่นกัน เขาจึงกลับไปชวน เฮ็ม
ให้ออกมาจากสถานการณ์ที่ไม่มีเนยแข็งเหลืออยู่ แต่ เฮ็ม กลับปฏิเสธ
ทั้งยังไม่ยอมรับเนยแข็งที่ ฮอว์ อุตส่าห์เอาไปฝาก [...]