พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน
บ้านของผมหลังใหญ่มาก
เรา อยู่กันหลายคน
ผมเกิดมาเราก็อยู่กันอย่างสงบมานาน
บรรพบุรุษของพ่อ เสียเหงื่อ เสียเลือด
เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้บ้านหลังนี้มา
จนมา ถึงวันนี้ พ่อคนนี้ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน
ดูแลความสุขของทุกๆ คนในบ้าน
ถ้ามีใครสักคนโกรธใครมาก็ไม่รู้
ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมา ก็ไม่รู้
แต่พาลมาลงที่พ่อ เกลียดพ่อ ด่าพ่อ
คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน
ผม จะเดินไปบอก คนๆ นั้นว่า
ถ้าเกลียดพ่อ ไม่รักพ่อแล้ว
จงออกไปจากที่นี่ ซะ! เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ
ที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ ผมรักในหลวงครับ
และ ผมก็เชื่อว่าทุกคนก็รักในหลวงเหมือนกัน
ผมเชื่อว่าเรามีสีเดียวกัน ศีรษะนี้เรามอบให้พระเจ้าแผ่นดิน!!
อ๊อฟ พงษ์พัฒน์
16/05/2553
งานมอบรางวัลนาฏราช 2553
เมื่อคืนผมพบใครหลายๆ คน ที่รู้จักบ้างและไม่รู้จักบ้าง
ที่ทุกคนในนั้นต่างมีความรักในสิ่่งที่ตนเองทำ
ทั้งหมดถูกแสดงออกมาผ่านผลงานในมุมแกลลอรี่เล็กๆ แต่อบอุ่น
ในวงสนทนาที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของ ภาพถ่าย มือถือ กล้องและงานศิลป
นี่ไม่ใช่งานแรกที่ผมไปกับเพื่อนเหล่านี้ และผมพบทุกครั้ง ว่า
นัยตาของพวกเขาจะเปร่งประกายทุกครั้งที่พูดในสิ่งที่ตนเองรักและได้ทำมัน
เช้าวันนี้ผมคิดถึงอาจารย์ท่านหนึ่งที่ผมไม่ได้ขอคำชี้แนะมานาน
ท่านสอนจิตวิทยา และเป็นคนที่ผมเปิดใจถามในทุกเรื่องที่ผมอยากจะถาม
ท่านเคยบอกว่า ทุกครั้งที่ผมถาม มักปรากฏแสงในแววตาที่ใครก็รู้สึกได้
ผมไม่แน่ใจนัก เพราะผมชอบถาม หรือ เพราะผมถามในสิ่งที่ผมรัก กันแน่
และผมก็ไม่อาจรู้เช่นกันว่า เมื่อคืน แววตาผมเป็นเช่นไร
ในอารมณ์แห่งความคาดหวังต่างๆ นานา ท่ามกลางสิ่งที่ตนเองรัก
ผมฉุกคิดได้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ก่อนลงมือกดอักษรตัวแรก
“มนุษย์เสียใจเพราะความหวังใช่หรือเปล่า”
แต่ผมละเลยกับการหาความหมายของคำว่า “ความหวัง”
ผมพยายามหาทดเทนมัน
เพื่อให้ได้คำที่มุมมองเดียวกันแต่มีความรู้สึกที่แตกต่าง
และคำแรกที่เปิดมาจากลิ้นชักของความคิด.. “ความฝัน”
แต่ความฝันผมมองมันด้วยความรู้สึกเดียวกันกับความหวัง
แต่เพียงเป็นหวังที่ตั้งใจเปิดเผย
หรือ แอบตั้งใจลึกๆ ที่ไม่กล้าแสดงออกหรือแม้แต่จะคิด
ด้วยความคิดแบบมายาๆ ที่เรา(หรือผมคนเดียว) ถนัด เช่นนี้
สุดท้าย ฝันจะเป็นจริงหรือไม่ เราคงอยากให้มันสมหวังแบบไม่มีเหตุผล
ผมหยุดคิดต่อครู่หนึ่ง ลิ้นชักชั้นที่สองก็ถูกเปิดขึ้นเอง.. “เป้าหมาย”
ความลังเลเกิดขึ้นเบาๆ เมื่อคำนี้อยู่ในหัวผม
แม้มันจะดูจริงจัง แต่มันก็ดูเข้าท่าที่จะคิดต่อ
ก็เพราะมันดูจริงจังนี่เองหรือเปล่า มันถึงทำให้ผมรู้สึกว่า มันคือ “ความหวัง”
แต่หวังที่เหนือจากความเป็นมายา แต่โลดแล่นอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง
ทุกอย่างที่ตัวเราเองต้องคิด วางแผน และลงมือทำ
อย่างมีเหตุ มีผล และมีที่มาที่ไป
เพื่อให้ถึง “ความหวัง” นั้น
แม้จะ “ผิดพลาด” และ “ไปไม่ถึง”
อย่างน้อย เราก็ได้รู้ว่า เราทำดีที่สุดแล้ว ด้วยตัวเราเอง
อาจจะเสียใจน้อยลง หรือไม่เสียใจเลย ถ้าเทียบกับคำว่า
“ผิดหวัง” หรือ “ไม่สมหวัง”
ผมชอบนะ “มุ่งไปให้ถึงดวงจันทร์ [...]
“คุณกาลิเลโอครับ คุณรู้ไหม.. มันช่างโดนใจผมจัง..”
เมื่อวานได้ดูภาพยนตร์ ตามหากาลิเลโอ แบบไม่ทันตั้งตัว
ก็ตามสไตล์ของค่าย GTH เขาหละครับ
ดูแล้วก็ “ฟีลกู๊ดๆ” (Feel Good) สลับ “อะโลนๆ” (Alone) อย่างบอกไม่ถูก
ก่อนจะดูเรื่องนี้ ตัวอย่างหนังมันบอกผมเนืองๆ ไว้แล้ว ว่า
มันคือ “Memo ฉบับ เต้ยต่ายทัวร์ยุโรป” นั่นเอง (ใครไม่รู้จัก memo ลองถามพี่กูได้)
แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นที่ผมจะพูดถึงใน entry นี้หรอกนะ
“มันผิดสไตล์ผม!” (แม้ว่าอยากจะเขียนเรื่องเต้ยต่ายน่ารักจนมือสั่นยิกๆ)
แต่สิ่งที่ผมชอบและโดนใจมาก คือ แนวคิดของตั้ม (แสดงโดย เรย์ แม็คโดนัลด์)
ตั้มเป็นคนที่ใช้ชีวิตอิสระเสรี แต่ยอมทำตามทำเนียบและสังคมในแบบคนทั่วไป
ตั้มจัดงานศิลป อยากทำอะไรก็ทำ มีความคิดเป็นของตนเอง ไม่ทำตามคนอื่น
แต่ตั้มก็ยังรู้ว่าสิ่งที่ถูกคือถูก สิ่งที่ผิดก็คือผิด และยอมรับผิดโดยดี
ตั้ม พยายามบอกกับผู้ชมว่า “เราจะใช้ชีวิตซับซ้อนกันทำไมให้ยุ่งยาก”
ดีใจครับ ที่หนังเรื่องนี้ได้สื่อสารแนวคิดนี้ ให้คนทั้งประเทศได้รับรู้
(ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกนะ ว่า คนที่ดูแล้วเขาจะเห็นจุดนี้หรือคิดตามหรือเปล่า)
ทุกวันนี้ผมพบเจอหลายคน และรู้สึกว่าเขามักจะคิดอะไรยุ่งยากและซับซ้อนเสมอๆ
ทั้งๆ ที่ใช้ชีวิตปกติทั่วไปก็ยากพอแล้ว ยังจะทำอะไรให้มันซับซ้อนอีกทำไม?
ถ้าซับซ้อนแล้วทำให้ชีวิตเป็นสุขก็ทำไปเถอะ!
แต่ถ้าซับซ้อนแล้วทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ก็ไม่รู้จะทำกันไปทำไม?
แต่ที่ผมเห็นบ่อยๆ มักจะใช้ชีวิตซับซ้อนสำหรับเรื่องเลวๆ
และพอเจอปัญหา ก็ต้องแก้ด้วยวิธีที่ยากขึ้น จบด้วยความไม่มีความสุขเสมอๆ..
ในภาพยนตร์ ตามหากาลิเลโอ ก็มีอยู่สองตอนครับ ที่เชอรี่ (แสดงโดย ต่าย [...]