Category Archives: สื่อที่น่าสนใจ

วิ่งอย่างไรให้สนุกและวิ่งได้นาน

กุญแจสำคัญที่จะทำให้โปรแกรมของคุณสนุกสนานได้ก็คือ ต้องหัดฟังร่างกายตัวเองก่อนเอาใจใส่และเอื้ออาทรต่อขาและปอดของคุณ คอยดูว่าเมื่อไรที่ขาและปอดคุณเหนื่อยและอยากหยุดพักคอยดูว่าตอนไหนที่ขาของคุณกำลังมีไฟและต้องการอะไรที่ท้าทายมากขึ้น สร้าง “โค้ชในตัว” ผู้รอบรู้ขึ้นมาสักคนแล้วปล่อยให้ความรู้สึกเป็นตัวกำหนดว่าคุณควรจะวิ่งอย่างไร มากกว่าจะไปยึดตามตัวเลขในโปรแกรม วิธีนี้จะช่วยให้คุณทะลุผ่านช่วงหยุดชุงักและป้องกันการบาดเจ็บได้ เตรียมปั้น “โค้ชในตัว” ของคุณขึ้นมา แล้วนำเทคนิคการวิ่งสองอย่างนี้ไปใส่ในตารางวิ่งของคุณแค่นี้ก็สนุกแล้ว วิ่งเล่นก่อน หาพื้นที่วิ่งที่มีเนินหลุมเล็กๆ น้อยๆ บ้าง (ไม่ใช้พื้นเรียบ) และใช้เวลาวิ่งจบเส้นทางไม่เกิน 30 นาที เวลาวิ่งให้ทำเหมือนคุณเป็นหมาน้อย บางช่วงวิ่งสปรินต์ บางช่วงวิ่งเหยาะๆ ทำแบบนี้เรื่อยๆ ในทุกเส้นทางที่วิ่ง สปรินต์สุดแรงเกิดขึ้นเนินตรงนั้น วิ่งจ็อกกิ้งสบายอารมณ์ไปจนสุดชายหาดหรืออยากวิ่งถอยหลังวนรอบแอ่งที่ไหนสักแห่งก็ได้ ไม่ต้องเอานาฬิกาข้อมือหรือไอพอดไปเกะกะ คอยฟังเสียงหายใจและฝีเท้าคุณกระทบพื้นแทน สังเกตระดับความหนักในการวิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด บันทึกไว้ว่าคุณใช้เวลาเท่าไรถึงจะปรับความหนักในการวิ่งสปรินต์และการวิ่งเหยาะๆ ให้สมดุลกันได้ กลับมาเริ่มใหม่ หาเส้นทางวิ่งทางเรียบที่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด เริ่มวิ่งโดยแบ่งเส้นทางเป็นสองช่วงและวิ่งช่วงหลังให้เร็วกว่าช่วงแรกเล็กน้อย อย่าดูนาฬิกาขณะวิ่ง โฟกัสไปที่ลมหายใจและระดับการออกแรงของคุณแทน เช็คเวลาเมื่อวิ่งไปได้ครึ่งทาง จากนั้นเช็คอีกทีตอนวิ่งจบแล้วนำมาเทียบกัน ถ้าครึ่งหลังวิ่งช้ากว่าครึ่งแรก แสดงว่าคุณออกตัวช่วงแรกเร็วไป ถ้าครึ่งหลังวิ่งเร็วกว่าครึ่งแรกมากให้เพิ่มสปีดช่วงออกตัวให้แรงขึ้นแทน วิ่งด้วยสมอง อย่าออกไปวิ่งแบบไม่ได้คิดอะไรเลย การก้าว เวลาวิ่งเท้าคุณควรลงพื้นอย่างเบาและเร็วมากกว่าจะกระทืบเท้าโครมๆ โค้ชการวิ่งคนดัง แจ็ค แดเนียลส์ ผู้เขียนหนังสือ Daniels Running Formula บอกว่า อัตราการก้าวที่เหมาะสม […]

Share

ธรรมะอินดี้..แบบ “ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า”

หลายคนคงรู้จักวง “อพาร์ตเมนต์คุณป้า” ที่อาจชื่อแปลกแต่สำหรับคอดนตรีอิสระ วงนี้อยู่ในใจไม่น้อย และมีเพลงที่เขาเคยแต่งและร้องกันไว้ อย่าง “ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ” จนนำมาประกอบในหนัง “สายลับจับบ้านเล็ก” โด่งดังเป็นพลุแตกมาแล้วจากเสียงร้องของ “ดา เอ็นโดรฟิน” และ “ป๊อบ แคลอรี่ บลาบลา” แต่ผู้ที่เป็นนักร้องนำแห่งวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า คือ “ตุล ไวฑูรเกียรติ” ที่เพิ่งมีหนังเรื่องแรกในชีวิตอย่าง “อยากได้ยินว่ารักกัน” และวันนี้เราจับหนุ่มคิดอิสระคนนี้มาพุดคุยเรื่องธรรมะ ซึ่งบทสรุปที่ได้ คือทุกครั้งที่เกิดทุกข์ เขาใช้ปลายปากการะบายออกมาเป้นเสียงเพลง นั่นเอง เนื้อหาเพลงถูกอกถูกใจคนฟังเพลงแนวอินดี้ไม่น้อย กวาดมาทุกเวที แต่สำหรับเวที “ธรรม” ตุล ออกตัวว่าไม่ใช่คนธรรมะธัมโม นุ่งขาวห่มขาว หากแต่เมื่อมีกิเลสขึ้นมา เขาดับกิเลสนั้นด้วย “ดนตรี” “ผมไม่ใช่คนนั่งสมาธินะ จริงๆแล้วการแต่งเพลง การทำดนตรี เราต้องมีกิเลสเยอะ มันค่อนข้างตรงกันข้ามกับธรรมะเลย ธรรมะทำให้ใจเราสงบใช่มั้ยครับ แต่สำหรับผม ผมคิดว่ามันคือช่วงที่จิตผมป่วน เกิดกิเลส เศร้า โกรธ เครียด จุดประกายให้เกิดดนตรีได้ ถ้าผมสงบดี คิดไม่ออก จะไม่ทำเพลง ผมว่าเพลงมันคือเครื่องปลดทุกข์ครับ […]

Share

ทำไมเด็กไทยปฏิเสธไม่เป็น..!!

คนเป็นพ่อแม่มักจะชื่นชมและชื่นชอบลูกในเวลาที่เชื่อฟัง หรือปฏิบัติตามที่พ่อแม่ต้องการ แล้วก็จะบอกว่าลูกเราเป็นเด็กดี เป็นเด็กว่าง่าย เลี้ยงง่าย ในทางตรงข้ามถ้าลูกไม่เชื่อฟัง ให้ทำอะไรถ้าไม่ยอมทำ หรือพูดอะไรมักจะเถียง หรือไม่ฟังพ่อแม่ ก็มักทำให้พ่อแม่หัวเสีย และลงท้ายต่อว่าลูกว่าเป็นเด็กดื้อ เลี้ยงยาก ยิ่งถ้ามีลูกสองคนแล้วมีนิสัยตรงข้ามกันอย่างนี้ ลูกคนที่เชื่อฟัง ก็มักจะเป็นลูกคนโปรด และความคิดเหล่านี้ก็ไม่ใช่เฉพาะพ่อแม่ลูกเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่ในสังคมทุกระดับก็มักจะชื่นชอบเด็กในทุกระดับที่เชื่อฟังเช่นกัน เราต้องยอมรับว่าค่านิยม และทัศนคติในการเลี้ยงดูลูกในบ้านเรา ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกบ่มเพาะกันรุ่นแล้วรุ่นเล่าสอนให้ลูกเชื่อฟังพ่อแม่ บางคนถึงขนาดสอนให้เชื่อโดยปราศจากเงื่อนไข ด้วยความคิดที่ว่าเพราะพ่อแม่รักลูก สิ่งที่ทำล้วนแล้วแต่ปรารถนาดีต่อลูกทั้งสิ้น ทั้งที่ในความเป็นจริง สิ่งที่เชื่อฟังพ่อแม่มาโดยตลอด แท้จริงแล้ว วันหนึ่งอาจกลายเป็นดาบสองคมในการย้อนกลับมาทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว..!! และด้วยระบบที่เด็กถูกสอนให้เชื่อพ่อแม่ พอเข้าสู่รั้วโรงเรียนก็ถูกหล่อหลอมให้เชื่อคุณครู และเมื่อเขาเติบโตเข้าสู่สังคม ก็ถูกสอนให้เชื่อผู้นำในองค์กร ในชุมชน ในหน่วยงาน องค์กรนั้นๆ เรียกง่ายๆ ก็คือ เด็กๆ ในบ้านเราส่วนใหญ่เติบโตมาในสังคมที่ถูกบ่มเพาะให้เชื่อผู้นำ ผลที่ตามมาก็คือ หนึ่ง เด็กไม่เป็นผู้นำ ชอบเป็นผู้ตามมากกว่า ชอบเดินตามกรอบที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นทางไว้ให้ ดังประโยคที่เรามักได้ยินบ่อยๆ ว่า “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด” โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาเมื่อพวกเขาเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ สอง เด็กไม่กล้าแสดงออก เพราะขาดความมั่นใจในตนเอง เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองมักจะเป็นคนคิด คนทำให้เป็นส่วนใหญ่ จึงไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ ออกมา สาม […]

Share