ทำไมเด็กไทยปฏิเสธไม่เป็น..!!

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.mychildhealth.net

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.mychildhealth.net

คนเป็นพ่อแม่มักจะชื่นชมและชื่นชอบลูกในเวลาที่เชื่อฟัง หรือปฏิบัติตามที่พ่อแม่ต้องการ แล้วก็จะบอกว่าลูกเราเป็นเด็กดี เป็นเด็กว่าง่าย เลี้ยงง่าย

ในทางตรงข้ามถ้าลูกไม่เชื่อฟัง ให้ทำอะไรถ้าไม่ยอมทำ หรือพูดอะไรมักจะเถียง หรือไม่ฟังพ่อแม่ ก็มักทำให้พ่อแม่หัวเสีย และลงท้ายต่อว่าลูกว่าเป็นเด็กดื้อ เลี้ยงยาก ยิ่งถ้ามีลูกสองคนแล้วมีนิสัยตรงข้ามกันอย่างนี้ ลูกคนที่เชื่อฟัง ก็มักจะเป็นลูกคนโปรด

และความคิดเหล่านี้ก็ไม่ใช่เฉพาะพ่อแม่ลูกเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่ในสังคมทุกระดับก็มักจะชื่นชอบเด็กในทุกระดับที่เชื่อฟังเช่นกัน

เราต้องยอมรับว่าค่านิยม และทัศนคติในการเลี้ยงดูลูกในบ้านเรา ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกบ่มเพาะกันรุ่นแล้วรุ่นเล่าสอนให้ลูกเชื่อฟังพ่อแม่ บางคนถึงขนาดสอนให้เชื่อโดยปราศจากเงื่อนไข ด้วยความคิดที่ว่าเพราะพ่อแม่รักลูก สิ่งที่ทำล้วนแล้วแต่ปรารถนาดีต่อลูกทั้งสิ้น

ทั้งที่ในความเป็นจริง สิ่งที่เชื่อฟังพ่อแม่มาโดยตลอด แท้จริงแล้ว วันหนึ่งอาจกลายเป็นดาบสองคมในการย้อนกลับมาทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว..!!

และด้วยระบบที่เด็กถูกสอนให้เชื่อพ่อแม่ พอเข้าสู่รั้วโรงเรียนก็ถูกหล่อหลอมให้เชื่อคุณครู และเมื่อเขาเติบโตเข้าสู่สังคม ก็ถูกสอนให้เชื่อผู้นำในองค์กร ในชุมชน ในหน่วยงาน องค์กรนั้นๆ เรียกง่ายๆ ก็คือ เด็กๆ ในบ้านเราส่วนใหญ่เติบโตมาในสังคมที่ถูกบ่มเพาะให้เชื่อผู้นำ

ผลที่ตามมาก็คือ

หนึ่ง เด็กไม่เป็นผู้นำ ชอบเป็นผู้ตามมากกว่า ชอบเดินตามกรอบที่ผู้ใหญ่ขีดเส้นทางไว้ให้ ดังประโยคที่เรามักได้ยินบ่อยๆ ว่า “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด” โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาเมื่อพวกเขาเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่

สอง เด็กไม่กล้าแสดงออก เพราะขาดความมั่นใจในตนเอง เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองมักจะเป็นคนคิด คนทำให้เป็นส่วนใหญ่ จึงไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ ออกมา

สาม เด็กไม่กล้าปฏิเสธ เมื่อประสบปัญหาก็ไม่กล้า ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ และปัญหาเรื่องเพศก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งเช่นกัน เพราะเด็กปฏิเสธไม่เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กสาวเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น อาจประสบปัญหาเมื่อแฟนขอมีเพศสัมพันธ์ ก็ไม่กล้าปฏิเสธ ขาดทักษะที่จะปฏิเสธ ไม่รู้จะจัดการอย่างไร จนนำไปสู่ความเลยเถิด ซึ่งทำให้เกิดสภาพปัญหาเรื่องท้องไม่พร้อม และโรคภัยต่างๆ ที่มากับการมีเพศสัมพันธ์

ยิ่งพอถึงช่วงวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก เด็กวัยรุ่นจึงมักตกเป็นจำเลยของสังคมทุกครั้งไป
แท้จริงแล้ว พ่อแม่ ผู้ปกครองควรสอนให้ลูกรู้จักการ “ปฏิเสธเป็น” ตั้งแต่เด็ก แต่เป็นการปฏิเสธแบบมีเหตุมีผล

สิ่งที่ควรปลูกฝัง คือ

หนึ่ง สร้างความมั่นใจให้กับลูกตั้งแต่เล็ก ด้วยการมอบความรัก ความอบอุ่น และความเข้าอกเข้าใจลูก เมื่อเด็กเกิดความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ ก็จะทำให้เชื่อมั่นในตนเอง

สอง สอนให้ลูกมีเหตุมีผล การเชื่อฟังพ่อแม่เป็นเรื่องดี แต่ก็สามารถที่จะแย้งได้เมื่อเห็นต่าง เพื่อกระตุ้นให้เด็กฝึกคิด และแก้ปัญหา

สาม เสริมความเป็นผู้นำให้ลูก ด้วยการมอบหมายให้ลูกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยตนเอง และควรชื่นชมเมื่อลูกสามารถทำสำเร็จ

สี่ ฝึกให้ลูกปฏิเสธ เมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม และค่อยๆ เพิ่มระดับการปฏิเสธด้วยการพูดคุยและสมมติสถานการณ์ต่างๆ เพิ่มเติมด้วยก็ได้

ผลสำรวจของโพลล์เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของกลุ่มวัยรุ่นในบ้านเราส่วนใหญ่ พบว่าเกิดจากการที่เด็กสาวจำนวนมากไม่กล้าปฏิเสธแฟนเพศตรงข้าม

ประเด็นเรื่องเด็กปฏิเสธไม่เป็น ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ผู้ใหญ่จะละเลยอีกต่อไปแล้ว เพราะปัญหานี้ได้กลายเป็นปัญหาระดับชาติ ที่เรามักพบเห็นตามสื่อ และกระแสสังคมออกมาวิพากษ์วิจารณ์เป็นประจำทุกปี เมื่อถึงวันแห่งความรัก

เราอยากจะเฝ้ามองลูกหลานของเราเติบโตต่อไปอย่างไร เมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น

แล้วเราอยากให้ลูกเรา “ปฏิเสธเป็น” หรือเปล่า…!!!

โดย สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

ที่มา Manager Online – ทำไมเด็กไทยปฏิเสธไม่เป็น..!!

Share

Post a Comment

Your email is never published nor shared. You're allow to say what you want...