ความดีที่ไม่สิ้นสุด คือ การอุทิศอวัยวะเมื่อยามสิ้นสูญ

“…ตามหลักศาสนานั้น ให้สิ่งใด ย่อมได้รับสิ่งดีมากอีกร้อยเท่าพันเท่า อย่าเชื่อว่า ถ้าบริจาคดวงตา จะทำให้ตาพิการ บริจาคแขนขา จะทำให้เสียส่วนนั้น ส่วนนี้ไป ถ้าให้แล้วจะมีผลออกมาเป็นความสมบูรณ์ ยิ่งให้ส่วนใด ของตนไป ความสมบูรณ์ จะมาเกิด…ตรงกันข้าม กับคนที่หลอกว่าให้ตาแล้ว จะไม่มีดวงตา ให้อวัยวะไปแล้ว จะพิการส่วนนั้นพิการส่วนนี้ เป็นเรื่องเข้าใจ ไม่ถูก เพราะถือว่า เป็นอุกฤษฎ์บารมี เป็นทานชั้นสูง เป็นปรมัตถ์ทาน ทานที่ บริจาคได้แม้กระทั่ง อวัยวะ เลือดเนื้อ ชีวิต ซึ่งถือ เป็นทานสูงสุด เป็นคนใจสูง เท่านั้นที่จะทำได้”
พระพิศาลธรรมพาที (พระพยอม กัลยาโณ) วัดสวนแก้ว
(รายการความรู้คือประทีป สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๙ อ.ส.ม.ท. ๑๒ เม.ย.๒๕๓๗)
“…โดยพื้นฐานความเข้าใจว่า ชีวิตของมนุษย์ขึ้นอยู่กับพระเจ้า และมาจากพระเจ้า พระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์มา จึงเป็นกรรมสิทธิ์ชีวิตมนุษย์ มนุษย์ไม่ได้เป็นเจ้าของตัวเอง เป็นข้อแรกที่สำคัญ ข้อที่สองคือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง มนุษย์กับพระเป็นเจ้า และเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อพูดถึงเรื่องการบริจาคอวัยวะขอแบ่งเป็น ๒ ตัวอย่าง [...]

สมดุลแห่งชีวิต

“เต๋าที่อธิบายได้นั้น มิใช่เต๋าที่แท้จริง”
ขยายความได้ว่า เต๋าอธิบายไม่ได้ เต๋าไม่มีตัวตน เต๋ามีก่อนสิ่งอื่นๆ
มีก่อนจักรวาลจะเกิด เต๋าว่างเปล่า!
ถ้าเต๋าอธิบายได้ว่าเต๋าคืออะไร แปลว่าเต๋าจะถูกจำกัดความว่ามีแค่นั้น
เต๋า คือ ทุกสิ่ง แปลว่ามันคือทุกสิ่ง
เต๋า คือ จักรวาล แปลว่าเต๋าคือจักรวาล
เต๋า คือ ธรรมชาติ แปลว่าเต๋าคือธรรมชาติ
หากลองแทนคำว่าเต๋าเป็นคำว่าธรรมหรือนิพพาน ก็จะได้ประโยคเหมือนกัน
หากจะอธิบายให้เข้าใจแบบคนปัจจุบันที่ยังลุ่มหลงแบบเราๆ ท่านๆ
รักที่อธิบายได้นั้น มิใช่ รักที่แท้จริง
ขยายความได้ว่า รักอธิบายไม่ได้ รักมันไม่มีตัวตน
ถ้ารักอธิบายได้ว่ารักคืออะไร แปลว่ารักจะถูกจำกัดว่ามีแค่นั้น
รัก คือ ความคิดถึง แปลว่ามันคือความคิดถึง
รัก คือ ความ คิดถึงและห่วงใย แปลว่ามันคือคิดถึงและห่วงใย
รัก คือ รู้สึกดีต่อกัน แปลว่ามันคือความรู้สึกดีต่อกัน
ขยายความแบบนี้น่าจะเข้าใจกันได้ง่ายดีนะครับ
ในโลกเราตอนนี้มองแต่ด้วยตาของบุคคลผู้รู้จักแต่วัตถุนิยม
เรารู้จักแต่วัตถุด้วย แล้วก็รู้จักแต่จะนิยมวัตถุด้วย
เป็นความรับรู้แบบหยาบๆ ที่ไม่เข้าถึงความลึกซึ้งของจิตวิญาณ
เหมือนเด็กอมมือที่รับรู้เท่าที่ตัวเองเห็นและฟัง
เพราะเราถูกสะสมเป็นความทรงจำในสมองผ่านการ ดู ฟัง ดม กิน สัมผัส
ว่าสิ่งนี้สวย ไพเราะ หอม อร่อย นุ่ม
เท่านี้ไม่พอ เรายังถูกผู้มีอำนาจเหนือกว่า กำหนดสิ่งต่างๆ ด้วยชื่อ
เช่น เสียงแบบนี้เรียกว่าเพลงโอเปร่า รสชาติแบบนี้เรียกว่าพิซซ่า หน้าตาแบบนี้เรียกว่าผู้หญิง
และเราก็ถูกกำหนดต่อในชั้นที่สามว่า เพลงแบบนี้เพราะ แบบนี้ไม่เพราะ
รสชาติแบบนี้อร่อย แบบนี้ไม่อร่อย [...]

ค่าของชีวิต

“….ชีวิตที่มีค่า ไม่ใช่ชีวิตที่รำรวย มีเกียรติ หรือ อายุยืน แต่ชีวิตที่มีค่า ‘คือชีวิตที่ตัวเราเป็นคนมีคุณค่า’ และทำให้ชีวิตคนอื่นมีค่า”
โฆษณาไทยประกันชีวิต(แม่ต้อย)

ที่มา - FordAntiTrust


Warning: stristr() [function.stristr]: Empty delimiter in /usr/home/wuttanan/domains/wuttanan.com/public_html/few/wp-content/plugins/wassup/wassup.php on line 2560